NVIDIA และ Microsoft ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ในงาน GTC Taipei / Computex 2026 เปิดตัว NVIDIA RTX Spark ซูเปอร์ชิปสำหรับ Windows PC ยุค personal AI agent โดยวางเป้าให้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องเปิดแอป แต่เป็นเครื่องที่สามารถรันงาน AI agent, งานสร้างสรรค์, งานวิดีโอ และเกมระดับสูงได้บนอุปกรณ์ส่วนตัว
ความร่วมมือกับ Microsoft ทำให้ RTX Spark ไม่ได้เป็นแค่ชิปแรง ๆ แต่ถูกวางเป็นแพลตฟอร์ม Windows สำหรับ AI agent โดยเฉพาะ ทั้งสองบริษัทพูดถึงระบบความปลอดภัย การกำหนด policy และการรัน agent แบบผู้ใช้ควบคุมได้ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญมากหาก AI จะเริ่มกดปุ่ม สั่งงานแอป หรือเข้าถึงไฟล์ในเครื่องแทนเรา
ในมุมผู้ใช้ทั่วไป แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนภาพของโน้ตบุ๊ก Windows ระดับพรีเมียมในอีก 1-2 ปีข้างหน้า จากเดิมที่วัดกันด้วย CPU/GPU สำหรับเกมหรืองานตัดต่อ ไปสู่การวัดว่ารัน AI local ได้ดีแค่ไหน ปลอดภัยแค่ไหน และทำงานร่วมกับแอปหลักได้ลื่นหรือไม่
งานแบบไหนที่ได้ประโยชน์
นักพัฒนา AI ที่ต้องทดลองโมเดลหรือ agent บนเครื่องส่วนตัว
ครีเอเตอร์ที่ตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง สร้างภาพ หรือใช้ AI ใน Photoshop/Premiere
คนทำงานองค์กรที่ต้องการ AI ช่วยค้นหาไฟล์ สรุปเอกสาร และทำงานข้ามแอปโดยไม่ส่งข้อมูลบางส่วนขึ้นคลาวด์
Google ประกาศเตรียมนำ Gemini in Chrome มาสู่ Chrome บน Android พร้อมฟีเจอร์ auto browse เพื่อให้ผู้ใช้มือถือสามารถสรุปหน้าเว็บ ถามคำถามจากเนื้อหาที่กำลังอ่าน และให้ AI ช่วยทำงานบางอย่างบนเว็บได้โดยไม่ต้องสลับแอปไปมา
ฟีเจอร์นี้ประกาศเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 และ Google ระบุว่าจะเริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 สำหรับอุปกรณ์ Android 12 ขึ้นไปในสหรัฐฯ ที่มี RAM อย่างน้อย 4GB ส่วน auto browse จะเริ่มกับผู้สมัครสมาชิก AI Pro และ Ultra ในสหรัฐฯ บนอุปกรณ์ที่รองรับก่อน
Gemini ใน Chrome บน Android ทำอะไรได้บ้าง
แนวคิดหลักคือทำให้เบราว์เซอร์มือถือมีผู้ช่วย AI อยู่ในบริบทเดียวกับหน้าเว็บที่ผู้ใช้กำลังเปิดอยู่ เมื่อกดไอคอน Gemini ผู้ใช้สามารถถามเกี่ยวกับหน้าเว็บ สรุปบทความยาว ขอคำอธิบายประเด็นยาก ๆ หรือให้ช่วยดึงข้อมูลจากหน้าเว็บไปใช้งานต่อกับบริการของ Google เช่น Calendar, Keep หรือ Gmail ได้
Auto Browse คือก้าวสำคัญของเบราว์เซอร์ยุค Agentic AI
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ auto browse เพราะ Google วางให้ Chrome สามารถช่วยทำงานบนเว็บแทนผู้ใช้บางขั้นตอน เช่น จองที่จอดรถหรือแก้ไขคำสั่งซื้อ โดยระบบจะใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากบริบทของผู้ใช้ แล้วดำเนินขั้นตอนที่น่าเบื่อให้ แต่ยังต้องขอการยืนยันก่อนงานที่อ่อนไหว เช่น การซื้อสินค้า หรือการโพสต์บนโซเชียล
นี่เป็นภาพของเบราว์เซอร์ยุคใหม่ที่ไม่ได้เป็นแค่หน้าต่างเปิดเว็บ แต่เป็นตัวกลางให้ AI agent เข้าใจเว็บ ทำงานข้ามบริการ และช่วยลดงานซ้ำ ๆ บนมือถือได้มากขึ้น
เรื่องความปลอดภัยยังเป็นประเด็นใหญ่
Google ระบุว่าฟีเจอร์เหล่านี้ใช้แนวทางป้องกันเดียวกับบนเดสก์ท็อป รวมถึงการรับมือกับความเสี่ยงแบบ prompt injection ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่หน้าเว็บพยายามสั่ง AI ให้ทำสิ่งที่ผู้ใช้ไม่ได้ตั้งใจ ถ้า AI ในเบราว์เซอร์เริ่มทำงานแทนเราได้จริง ประเด็นเรื่องการยืนยันคำสั่ง สิทธิ์เข้าถึงข้อมูล และการจำกัดสิ่งที่ AI ทำได้จะกลายเป็นเรื่องสำคัญมาก
สรุป
Gemini in Chrome บน Android เป็นอีกก้าวของ Google ในการเปลี่ยน Chrome จากเบราว์เซอร์ธรรมดาให้กลายเป็น AI assistant ที่เข้าใจหน้าเว็บและช่วยทำงานได้มากขึ้น ช่วงแรกยังจำกัดประเทศ ภาษา และอุปกรณ์ แต่ถ้าการใช้งานจริงทำได้ดี ฟีเจอร์ลักษณะนี้มีโอกาสกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเบราว์เซอร์มือถือในอนาคต
ASUS ROG XBOX ALLY X RC73XA-NH015W เครื่องเล่นเกมพกพาตัวแรง เล่นเกม PC ได้ทุกที่
ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องเล่นเกมพกพาที่แรงจริง เล่นเกม PC ได้จริง และไม่อยากพกโน้ตบุ๊กเกมมิ่งเครื่องใหญ่ ๆ รุ่นนี้ถือว่าน่าสนใจมากครับ
ASUS ROG XBOX ALLY X RC73XA-NH015W เป็นเครื่องเล่นเกมพกพาที่ออกแบบมาสำหรับคนที่อยากเล่นเกมแบบจริงจัง แต่ยังอยากได้ความสะดวกในการพกพา จะเล่นบนโซฟา บนเตียง ระหว่างเดินทาง หรือพกไปเล่นนอกบ้านก็ทำได้ง่ายกว่าโน้ตบุ๊กเยอะ
รุ่นนี้มาพร้อมชิป AMD Ryzen AI Z2 Extreme, RAM 24GB, SSD 1TB, หน้าจอ 7 นิ้ว Full HD 120Hz และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 80Wh พร้อมประกัน 2 ปี เรียกว่าซื้อมาแล้วพร้อมใช้งาน ไม่ต้องรีบอัปเกรดอะไรเพิ่มตั้งแต่แรก
จุดที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจคือใช้ระบบ Windows 11 Home เพราะฉะนั้นคุณสามารถเล่นเกมจากหลายแพลตฟอร์มได้ ไม่ว่าจะเป็น Xbox, PC Game Pass, Steam, Epic Games หรือแพลตฟอร์มเกมอื่น ๆ ที่ใช้งานบน Windows ได้
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณมีคลังเกม PC อยู่แล้ว รุ่นนี้เอามาเล่นต่อได้เลย ไม่ต้องเริ่มซื้อเกมใหม่ทั้งหมดเหมือนบางเครื่องเกมพกพา
สรุป ASUS ROG XBOX ALLY X RC73XA-NH015W น่าซื้อไหม?
ASUS ROG XBOX ALLY X RC73XA-NH015W เป็นเครื่องเล่นเกมพกพาที่เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์เล่นเกม PC ในเครื่องขนาดเล็ก พกพาง่าย แต่สเปกยังแรงพอสำหรับการเล่นเกมจริงจัง
รุ่นนี้ได้ทั้ง AMD Ryzen AI Z2 Extreme, RAM 24GB, SSD 1TB, จอ Full HD 120Hz, แบต 80Wh และประกัน 2 ปี ถือว่าเป็นรุ่นที่ให้สเปกมาครบมากสำหรับคนที่อยากซื้อเครื่องเดียวแล้วใช้ยาว ๆ
ถ้าคุณอยากได้เครื่องเล่นเกมพกพาที่เล่นเกม PC ได้หลายแพลตฟอร์ม พกง่ายกว่าโน้ตบุ๊ก และแรงกว่าเครื่องพกพาทั่วไป รุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าดูมากครับ
ใครที่ตามวงการ Wearable อยู่น่าจะรู้ว่า Whoop ครองตลาดสายรัดข้อมือสุขภาพแบบไร้หน้าจอมาหลายปี แต่ปัญหาคือต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนไม่หยุด พอ Google ส่ง Fitbit Air ลงสนามที่ราคาประมาณ 3,200 บาทแบบจ่ายครั้งเดียวจบ คำถามแรกในใจหลายคนคือ “แล้วมันใช้ดีจริงไหม?” ผมเลยลองรวบรวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจสั่งมาไว้ในบทความนี้
Fitbit Air คืออะไร ทำไมถึงน่าสนใจ
Fitbit Air เป็นสายรัดข้อมือสุขภาพรุ่นใหม่ของ Google ที่ตัด “หน้าจอ” ออกไปเลย เพื่อให้น้ำหนักเบา ใส่นอนได้ ใส่อาบน้ำได้ ใส่ลืมไปได้ทั้งวัน ดีไซน์เหมือน Whoop ชนิดที่หลายคนแซวว่าใส่แล้วแยกกันไม่ออก แต่จุดที่ Google วางหมากต่างคือไม่บังคับสมัครรายเดือน จ่ายครั้งเดียวก็ใช้ฟีเจอร์หลักได้ครบ
เบื้องหลังตัวอุปกรณ์ขับเคลื่อนด้วย Gemini ซึ่งเป็น AI ของ Google เอง ทำให้ข้อมูลที่อ่านได้ไม่ได้แค่เป็นตัวเลข แต่ AI จะคอยสรุปและให้คำแนะนำเป็นภาษาคนจริง ๆ ผ่านแอป Google Health
ทรูออนไลน์เปิดเกมรุกครั้งใหญ่ พลิกบทบาทจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้าน สู่ AI Home Connectivity รายแรกของไทย ด้วยการเปิดตัวบริการใหม่ TrueOnline Home Next ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ให้บ้านดูแลชีวิต” ผสานเน็ตบ้านไฟเบอร์คุณภาพ อุปกรณ์ IoT อัจฉริยะ และ AI เข้าด้วยกัน พร้อมเปิดตัวผู้ช่วยอัจฉริยะตัวใหม่ชื่อ “เอมี่ (Ami)” ที่สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้ทันที
TrueOnline Home Next คืออะไร?
TrueOnline Home Next คือบริการเน็ตบ้านยุคใหม่จากทรูออนไลน์ ที่ไม่ได้ขายแค่ความเร็วอินเทอร์เน็ตอย่างเดียวอีกต่อไป แต่รวมเอาระบบ Smart Home แบบครบวงจรเข้ามาไว้ในแพ็กเกจเดียว เปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็น AI Smart Home ที่ “เข้าใจคน” ผ่านการทำงานร่วมกันของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ AI
หัวใจของบริการนี้คือการจับมือกับ Tuya ผู้นำด้าน AI IoT Cloud Platform ระดับโลก เพื่อพัฒนาอุปกรณ์และระบบนิเวศ Smart Home ที่ใช้งานง่าย ติดตั้งสะดวก และเข้ากันได้กับอุปกรณ์ IoT หลากหลายแบรนด์
TrueX Home Hub: ศูนย์กลางควบคุมบ้านอัจฉริยะ
ไฮไลต์สำคัญของแพ็กเกจคือ TrueX Home Hub ศูนย์กลางควบคุมบ้านอัจฉริยะที่ทำหน้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ Smart Home ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ ปลั๊กไฟ กล้อง CCTV เครื่องปรับอากาศ หรือเซ็นเซอร์ต่าง ๆ สามารถสั่งงานและตั้งค่าได้จากแอปเดียว
เปลี่ยนบ้านธรรมดาให้เป็น AI Smart Home ได้อย่างไร?
จุดเด่นที่สุดของ TrueOnline Home Next คือแนวคิด “ให้บ้านรุ่นเก่าจบที่รุ่นเรา” ซึ่งหมายความว่า บ้านที่อยู่อาศัยมานานก็สามารถอัปเกรดให้กลายเป็น Smart Home ได้โดยไม่ต้องรีโนเวต เพียงติดตั้ง TrueX Home Hub และเพิ่มอุปกรณ์ IoT ทีละชิ้นตามต้องการ เช่น
เริ่มจากติดตั้ง TrueX Home Hub และเชื่อมต่อกับเน็ตบ้าน
ผู้ใช้ที่ต้องการความปลอดภัยเพิ่ม: มีกล้อง CCTV ผสาน AI แจ้งเตือนเหตุผิดปกติ
ข้อควรพิจารณาก่อนสมัคร
แม้ TrueOnline Home Next จะเป็นบริการที่น่าสนใจ แต่ก็มีจุดที่ผู้สนใจควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ เช่น สัญญาผูกพัน 24 เดือน ที่ค่อนข้างยาว ไม่เหมาะกับคนที่ย้ายที่อยู่บ่อย รวมถึงความสามารถของ “เอมี่” ในการเข้าใจคำสั่งภาษาไทยซับซ้อนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น คาดว่าจะค่อย ๆ ฉลาดขึ้นเมื่อมีการพัฒนาเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรพิจารณาเรื่อง ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เนื่องจากระบบ Smart Home มีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมและภาพจากกล้อง ซึ่งทรูควรชี้แจงนโยบายให้ชัดเจน
TrueOnline Home Next ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการเน็ตบ้านในไทย ที่ยกระดับจากแค่ให้บริการอินเทอร์เน็ต ไปสู่การเป็น AI Smart Home ครบวงจรรายแรกของประเทศ ในราคาเข้าถึงได้ที่ 618 บาทต่อเดือน หากใครกำลังมองหาเน็ตบ้านพร้อมยกระดับบ้านให้ฉลาดขึ้น TrueOnline Home Next คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ติดตามรีวิวและข่าวสารเทคโนโลยีเพิ่มเติมได้ที่ Kengcom
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมเปิดตัวโครงการ AI Passport อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2569 โดยจะแจกสิทธิ์การใช้งานเครื่องมือ Generative AI ระดับโลกให้คนไทยฟรีถึง 5 ล้านราย เป็นเวลา 1 ปี ครอบคลุมทั้ง ChatGPT, Gemini และ Claude ในแพลตฟอร์มเดียว ภายใต้งบประมาณรวมประมาณ 1,600 ล้านบาท หรือเฉลี่ยต่อหัวประมาณ 320 บาทต่อปี ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก หากเทียบกับการสมัครใช้บริการ AI ระดับ Pro ด้วยตนเอง
AI Passport คืออะไร?
AI Passport หรือชื่อเต็มว่า TH-AI Passport คือโครงการของภาครัฐที่ออกแบบมาเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงเครื่องมือ Generative AI ชั้นนำของโลกผ่านระบบเดียว ลดอุปสรรคเรื่องค่าใช้จ่ายในการสมัครบริการ AI แบบรายเดือนที่หลายคนมองว่าราคาสูง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลของประชาชนไทย และเตรียมความพร้อมแรงงานไทยสู่ยุค AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว
โครงการนี้ไม่ได้แค่ “แจกฟรี” เท่านั้น แต่ยังมาพร้อมระบบฝึกอบรมและบทเรียนที่ผู้ใช้ต้องเรียนรู้ก่อน เพื่อปลดล็อกสิทธิ์การใช้งานเครื่องมือระดับ Pro ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ดี เพราะนอกจากจะได้เครื่องมือใช้แล้ว ยังได้ทักษะติดตัวอีกด้วย
รายละเอียดสำคัญของโครงการ AI Passport
จำนวนสิทธิ์: 5,000,000 สิทธิ์สำหรับคนไทย
ระยะเวลาใช้งาน: 1 ปีเต็ม
เครื่องมือ AI ที่ครอบคลุม: ChatGPT, Gemini, Claude และเครื่องมืออื่น ๆ ที่อาจเพิ่มเติมในอนาคต
งบประมาณรวม: ประมาณ 1,600 ล้านบาท
ต้นทุนต่อคน: เฉลี่ยประมาณ 320 บาท/คน/ปี
เปิดลงทะเบียน: เดือนมิถุนายน 2569
เงื่อนไข: มีระบบโทเคนแลกทักษะ และต้องเรียนคอร์สก่อนปลดล็อกฟีเจอร์ระดับ Pro
ทำไม AI Passport ถึงสำคัญกับคนไทย?
ในปัจจุบัน เครื่องมือ AI อย่าง ChatGPT Plus หรือ Claude Pro มีค่าบริการอยู่ที่ราว 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 700 บาทต่อเดือน ซึ่งถ้าใช้ทั้งปีก็ตกหลายพันบาท ทำให้คนทั่วไปจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ระดับสูงได้ การที่ภาครัฐเข้ามาช่วยอุดช่องว่างนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ SME และแรงงานที่ต้องการอัพสกิลด้าน AI
นอกจากนี้ โครงการ AI Passport ยังตอบโจทย์เรื่อง “ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล” (Digital Divide) ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของไทย คนที่เข้าถึงเครื่องมือ AI ก่อนย่อมได้เปรียบทั้งในด้านการเรียน การทำงาน และการสร้างธุรกิจ
ใครได้ประโยชน์จากโครงการนี้บ้าง?
นักเรียน-นักศึกษา: ใช้ AI ช่วยทำการบ้าน วิจัย หรือเรียนรู้เนื้อหาเชิงลึก
คนทำงานออฟฟิศ: ใช้ AI ช่วยร่างเอกสาร สรุปประชุม วิเคราะห์ข้อมูล
ครีเอเตอร์-คอนเทนต์ครีเอเตอร์: ใช้ AI สร้างไอเดีย เขียนสคริปต์ ทำภาพประกอบ
ผู้ประกอบการ SME: ใช้ AI ช่วยการตลาด เขียน Caption หรือดูแลลูกค้าอัตโนมัติ
ผู้สูงอายุ: ใช้ AI ค้นข้อมูลสุขภาพ ตอบคำถาม หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
ข้อกังวลที่ควรรู้ก่อนลงทะเบียน
แม้โครงการ AI Passport จะดูน่าสนใจ แต่ก็มีเสียงตั้งคำถามจากภาคประชาชนและสื่อหลายสำนัก โดยเฉพาะเรื่องของ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เนื่องจากการลงทะเบียนต้องผูกกับเลขบัตรประชาชน ทำให้มีข้อกังวลว่าทุกคำถามที่ผู้ใช้พิมพ์เข้าไปจะถูกจัดเก็บและเชื่อมโยงกับตัวตนจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องชี้แจงให้ชัดเจน
We use cookies to ensure that we give you the best experience on our website. If you continue to use this site we will assume that you are happy with it.